เลเซอร์ picosecond รักษาหลุมสิวและช่วยให้ผิวเรียบเนียนกระจ่างใสได้จริงหรือไม่ ?

เลเซอร์ picosecond รักษาหลุมสิวและช่วยให้ผิวเรียบเนียนกระจ่างใสได้จริงหรือไม่ ?

ทบทวนความรู้เลเซอร์ picosecond คืออะไร

 

เลเซอร์ picosecond เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ตัวใหม่ล่าสุด ที่สามารถปล่อยแสงที่มีพลังงานสูงออกมาในช่วงระยะเวลาที่สั้นมากๆ (ในระดับ 000 000 000 001 วินาที) จึงมีความสามารถทำให้เม็ดสีแตกละเอียดมากขึ้น ส่งผลให้ใช้ระยะเวลาในการรักษาสั้นลง ปัจจุบันเลเซอร์ picosecond ใช้สำหรับรักษาสีผิวที่ผิดปกติ เช่น รอยดำ รอยแดงจากสิว, กระแดด, กระลึก, ปานโอตะ, ฝ้า(ชั่วคราว) และลบรอยสัก

เลเซอร์ picosecond รักษาหลุมสิวได้จริง

 

โดยอาศัยหลักการปล่อยลำแสงเล็กๆที่มีพลังงานสูงลงไปที่บริเวณหลุมสิว ซึ่งนอกจากจะช่วยขจัดเม็ดสีผิวที่ผิดปกติแล้ว พลังงานแสงนี้ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินที่ชั้นหนังแท้ เพื่อดันให้หลุมสิวตื้นขึ้นได้อีกด้วย

 

หลุมสิวที่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยเลเซอร์ picosecond มีดังนี้

1.แผลหลุมที่เพิ่งเกิดใหม่ๆ

2.แผลหลุมชนิดกล่องแบบตื้น (Shallow boxcar)

3.แผลหลุมที่มีรอยคล้ำและรอยแดงร่วมด้วย

  • รู้หรือไม่ หลักการสำคัญในการรักษาหลุมสิว ที่การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของผิวบริเวณหลุมสิว เพื่อทำให้ผิวดูเรียบขึ้น

 

เจาะลึกความพิเศษอื่นๆของเลเซอร์ picosecond

Rejuvenation (คืนความเรียบเนียนกระจ่างใสให้ผิว)

เนื่องจากเลเซอร์ picosecond มีความสามารถในการขจัดเม็ดสีที่ผิดปกติ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ส่งผลให้ผิวเรียบเนียนขึ้น และผิวขาวใสขึ้นในการรักษาคราวเดียวกัน เปรียบเสมือนการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว คือ ขาวใสและเรียบเนียน ดังนั้นจึงได้มีการนำเลเซอร์ picosecond ไปประยุกต์ใช้รักษาปัญหาผิวหนังอื่นๆได้อย่างมากมาย เช่น

  1. รูขุมขนกว้าง
  2. ริ้วรอยตื้นๆ
  3. รอยแผลผ่าตัด และแผลเป็น
  4. รอยแตกลาย

5.เหงือก และริมฝีปากคล้ำ

6.ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน กระจ่างใสขึ้น

 

เลเซอร์ picosecond ใช้กับบริเวณใดได้บ้าง?

 

สามารถใช้รักษาบริเวณใบหน้า, แขน, หลังมือ หรือตามลำตัวได้ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เพื่อรักษาผิวคล้ำบริเวณริมฝีปาก ,  เหงือก, รักแร้ , ฐานหน้าอก ขาหนีบและอวัยวะเพศได้อีกด้วย

ฝากถึงผู้ที่อยากทำเลเซอร์

 

ตามหลักการแพทย์แล้ว การสร้างคอลลาเจนของผิว จำเป็นต้องอาศัยระยะเวลาประมาณ 3-6 เดือน ในการสร้างชั้นคอลลาเจนให้มีความสมบูรณ์ และมีปริมาณมากพอ ก็เปรียบเสมือนกับการสร้างกรุงโรม ที่ไม่สามารถสร้างให้เสร็จได้ภายใน 7 วัน แต่จะต้องใจเย็น ๆ อดทนรอ เพราะผลลัพธ์ที่หอมหวาน มักจะเป็นรางวัลของผู้ที่อดทนรอเสมอ