Thread Lift ร้อยไหมยกกระชับ

Thread Lift ร้อยไหมยกกระชับ

ร้อยไหมคืออะไร ?

การร้อยไหม มีมานานแล้วโดยเป็นการนำเส้นไหมมาร้อยลงในชั้นผิวหนัง ในปัจจุบันที่นิยมคือเป็นการใช้ไหมละลาย เป็นเส้นสั้น ๆ ร้อยไปประมาณ 20-100 เส้นบนใบหน้า จะละลายที่ 6-8 เดือน โดยหังให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว และเกิดการยกกระชับ แต่ในความเป็นจริงกลับพบวาการร้อยไหมที่ใส่ไหมเรียใต้ผิวหลาย ๆ เส้น ทำให้เกิดเนื้อเยื่อแผลเป็นใต้ผิว และผลการยกกระชับเกิดจากการบวมหลังร้อย เมื่อยุบบวมแล้วการยกก็จะหายไป ไม่ได้เกิดการยกกระชับที่ชัดเจนและมีข้อเสีย คือเป็นไหมที่ไม่ได้ผ่านการรับรองจาก อย. ให้ใช้เพื่อการยกกระชับ นอกจากนี้ยังมีการใช้ไหมทองคำร้อยเข้าไปพยุงใบหน้า ซึ่งพบว่าไหมทองคำเป็นไหมที่ไม่สามารถสลายไปได้เอง อาจกระตุ้นให้เกิดการแพ้โลหะและทองคำได้ นอกจากนั้นหากคนไข้ต้องตรวจ MRI (Magnetic Resonance Imaging) หรือการตรวจเอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จะทำให้เกิดความร้อนที่เส้นไหมเสี่ยงหน้าไหม้ได้

ไหมที่ยกกระชับได้จริงและผ่าน อย.

ในปัจจุบันนี้มีไหมชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Definisse จากอิตาลี เป็นไหมชนิดเดียวที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทยให้ใช้เพื่อการยกกระชับ โดยมีความพิเศษคือเป็นการร้อยเพียงข้างละ 1 เส้นด้วยเทคนิคแบบเกี่ยวยกเนื้อเยื่อ จึงเห็นผลในการยกโครงสร้างจากภายใน ทำให้รูปหน้าเรียวขึ้นได้ในทันที ให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ และลิฟต์ยกหน้าทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว ที่สำคัญคือสามารถช่วยปรับแก้ใบหน้าที่หย่อนคล้อยเมื่ออายุมากขึ้นได้ดี เห็นผลยาวนานถึง 15 เดือน

ไหมอิตาลี Definisse ทำงานแบบ Double action ด้วยการยกกระชับใบหน้าได้หลายแบบตามรูปหน้าของแต่ละบุคคล โดยให้แรงยกทันทีที่ร้อยจากเงี่ยงของไหมที่ช่วยเกี่ยวชั้นไขมันใต้ผิวทำให้ใบหน้ากระชับขึ้นทันที และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อีลาสติน และกรดไฮยาลูรอนิก ผิวจึงกระชับขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังร้อยไหม และตัวไหมอิตาลียังมีความพิเศษด้วยสาร Biostimulation ที่อยู่ในเส้นไหม คือ p(LA-CL) หรือ Poly (L-Lactide-co-caprolatone) ช่วยเสริมการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ให้ใบหน้ายกต่อเนื่องแม้เส้นไหมจะละลายไปแล้ว ทำให้หน้าดูเด็ก ที่สำคัญคือไม่มีแผลหลายจุดและไม่เกิดเนื้อเยื่อแผลเป็นใต้ผิวแบบการร้อยไหมเรียบ หรือ ไหม PDO ที่ใช้ทั่วไปในท้องตลาด

ใครที่เหมาะกับการร้อยไหม ?

  • ผู้ที่มีไขมันกระพุ้งแก้ม ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก
  • ใบหน้าอ้วนกลม ต้องการมีใบหน้าเรียว V-Shape
  • ใบหน้าหย่อนคล้อยจากอายุเพิ่มขึ้น
  • แก้มห้อยจากไขมันกระพุ้งแก้มที่แม้จะทำเครื่องมือยกกระชับ เช่น RF, Ultrasound, HIFU แต่ยังไม่สามารถแห้ปัญหาได้ทั้งหมด

เหตุผลที่ต้องร้อยไหมที่ iSKY !

  • ที่ iSKY เราร้อยไหมโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนังและผ่านการฝึกอบรมการร้อยไหม Definisse ไหมยกกระชับระดับพรีเมียร์จากอิตาลี 
  • สามารถเก็บส่วนหย่อนคล้อยเฉพาะจุด ไม่ทำลายชั้นไขมัน และไม่ต้องพักฟื้น 
  • ให้คุณมั่นได้ว่าจะเริ่มต้นความสวยอย่างถูกวิธี

ทำไมการยกกระชับด้วยการร้อยไหมถึงเห็นผลดีที่สุด ?

การร้อยไหมเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของผิว โดยเฉพาะแก้มและใบหน้าส่วนล่างให้กลับมามีรูปหน้าที่สวยได้อีกครั้ง

  • ไม่ต้องผ่าตัด
  • ไม่ต้องพักฟื้นนาน
  • ไม่มีแผลเป็น
  • เห็นผลทันทีหลังทำ

การเตรียมตัวก่อนการร้อยไหม

  • งดรับประทานอาหารเสริมและยาบางชนิดที่มีผลกับการแข็งตัวของเลือดตามที่แพทย์แนะนำอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • เว้นระยะการรักษาด้วยเครื่องมืออื่นอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
  • หากจำเป็นต้องพบทันตแพทย์ควรทำการรักษาให้เสร็จเรียบร้อย และเลือกนัดครั้งต่อไปให้ห่างจากการร้อยไหมอย่างน้อย 1 เดือน
  • ผิวหน้าปกติ ไม่มีผื่น หรือการติดเชื้อบนใบหน้า

การดูแลหลังการร้อยไหม

สามารถใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้ทันทีหลังการรักษา แต่มีข้อควรระวังบางอย่าง

  • ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมช้ำ ภายใน 2 วันแรก
  • นอนหงายและหนุนหมอนสูงในช่วง 3-5 วันแรก
  • ไม่แก้พลาสเตอร์ปิดแผล ออกภายใน 2 วันแรก
  • งดแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • ล้างหน้า เช็คเครื่องสำอาง โกนหนวด อย่างเบามือ
  • หลีกเลี่ยงการถูนวดในช่วง 5 วันแรก
  • หลีกเลี่ยงการขยับเขยื้อในใบหน้าและหันช่วงคือรุนแรงในช่วง 2 สัปดาห์แรก
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างน้อย 3  สัปดาห์ โดยเฉพาะกีฬาที่ได้รับแรงกระแทก เช่น การวิ่ง
  • หลีกเลี่ยงการทำฟันในช่วง 3 สัปดาห์แรก
  • หลีกเลี่ยงการนวดหน้าและลำคอรวมถึงการทรีทเมนต์ความงามต่าง ๆ ในช่วง 4 สัปดาห์แรก

ลดบวมหลังร้อยไหมทำอย่างไร ?

  • ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมช้ำ ภายใน 2 วันแรก
  • นอนหงายและหนุนหมอนสูงในช่วง 3-5 วันแรก

รอยบุ๋มหลังร้อยไหมเมื่อไหร่จะหายไป ?

  • หลังร้อยไหมทันทีอาจมีรอยบุ๋มหรือผิวไม่เรียบได้บ้าง ซึ่งเป็นปกติหลังทำ  โดยจะหายไปใน 2-3 สัปดาห์
  • อาการแดง บวม หรือรอยช้ำจากเข็มอาจเกิดขึ้นได้ โดยทั่วไปอาการบวมแดงจะหายไปเองภายในระหว่าง 2-3 ชั่วโมง หรือ 2-3 วัน แม้จะรักษาหรือไม่ได้รักษาอาการก็ตาม ส่วนอาการช้ำ อาจอยู่ได้ 7-10 วัน

* ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล