Skin Solution

สิ่งที่สาว ๆ ต้องรู้ ก่อนฉีดฟิลเลอร์ที่ปาก

สิ่งที่สาว ๆ ต้องรู้ ก่อนฉีดฟิลเลอร์ที่ปาก

ฟิลเลอร์ปาก อย่าพึ่งฉีด ถ้ายังไม่อ่านบทความต่อไปนี้

 

โดยปกติ คนไทย ไม่นิยมฉีดปาก เนื่องจากนิยมริมฝีปากบาง และโดยธรรมชาติ มักมีริมฝีปากที่หนาอยู่แล้ว โดยเฉพาะมักมีริมฝีปากบนหนากว่าริมฝีปากล่าง ดังนั้น สิ่งที่นิยม จึงไม่ใช้การฉีดปาก แต่เป็นการศัลยกรรม คือ ตัดริมฝีปากให้บางลง ทำปากกระจับ แต่เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา คนเอเชียเรานิยมฉีดปาก ตามดาราหรือเซเลบริตี้ฝั่ง Hollywood เพื่อให้ดูอวบอิ่ม ฟู มีวอลลุ่ม

หมออร-แพทย์หญิงสรวลัย รักชาติ ได้อธิบายสัดส่วนของริมฝีปากที่ดูเด็ก อ่อนเยาว์ และดูสวยงาม โดยแบ่งริมฝีปากทั้งหมดเป็น 5 ส่วน ริมฝีปากบนสัดส่วนเป็น 2 ใน 5 จะบางกว่าริมฝีปากล่าง ซึ่งสัดส่วน 3 ใน 5 มีบริเวณขอบริมฝีปากหรือ Vermillion boarder เป็นสันที่ชัดเจน ไม่แบนราบไปกับเนื้อปาก บริเวณ Cupid bow เป็นรูปหยักสวย และสันต่อระหว่างจมูกไปจนถึงปาก (Philtrum) เป็นสันชัดเจน เนื้อปากมีความอิ่มฟู เรียบเนียน ไม่เป็นร่อง แห้งแตก

 

สัดส่วนริมฝีปาก

สัดส่วนริมฝีปาก

 

สำหรับคนที่อายุเยอะขึ้น ลักษณะริมฝีปากจะดูบางลง ขอบปากจะแบนลงเรื่อย ๆ หากเป็นมากจะเริ่มไม่มีขอบปาก และมักจะมาพร้อมริ้วรอยรอบปาก เวลาทาลิปสติกจะดูไม่สวย เป็นเส้นลิปสติกเลอะออกไปข้างนอก เรียกว่า Lipstick bleeding line และระยะระหว่างจมูกกับขอบปากจะยาวขึ้นเรื่อย ๆ

 

การฉีดฟิลเลอร์ปากในคนไทย

สำหรับสาวไทย ยังนิยมริมฝีปากที่ไม่หนาจนเกินไป ดูอิ่มฟูมีวอลลุ่ม ไม่แห้งเหี่ยว เป็นรูปกระจับหรือมีจะงอยตรงกลางริมฝีปากบนเล็กน้อย

สัดส่วนด้านข้าง ก็เป็นสิ่งสำคัญ ปากที่สวยจะรับกับจมูกและคาง โดยสัดส่วนที่สวย ริมฝีปากบนจะยื่นกว่าริมฝีปากล่างเล็กน้อย

5 ข้อต้องรู้ ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปาก

  1. ฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ ควรใช้ Hyaluronic acid (HA filler) เพราะถือเป็นฟิลเลอร์ที่ปลอดภัย และควรเลือกใช้ยี่ห้อที่ผ่าน อย. ไทย เท่านั้น กรณี หากฉีดผิดพลาด หรือไม่ชอบ ก็สามารถแก้ไขโดยฉีดสลายได้ หรือ ใช้ฟิลเลอร์ที่มาจากไขมันของเราเอง เนื่องจากว่าไม่เกิดการแพ้แน่นอน แต่ต้องทำโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ แต่ข้อเสียของไขมันคือ หากไม่ชอบจะแก้ยากกว่า HA filler และการฉีดต้องเผื่อปริมาณเยอะ เพราะไขมันมักติดหลังฉีดประมาณ 50%
  2. ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ หลายคนเอารูปปากดารามาอ้างอิง อยากฉีดแล้วได้แบบดาราคนนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้รูปทรงตามแบบเสมอไป เพราะ ปากแต่ละคนมีพื้นฐานไม่เหมือนกัน รูปทรงเดิมของริมฝีปากเราไม่เหมือนกัน การฉีดที่จะได้ผลดี ดูธรรมชาติ ควรอิงกับรูปปากเดิมด้วย ใช้ปริมาณฟิลเลอร์ที่พอดี รูปทรงเป็นไปได้ เหมาะกับริมฝีปากตัวเอง
  3. อย่าฉีดเยอะเกินในครั้งเดียว หลังจากฉีดฟิลเลอร์ปาก จะมีการบวมแดงจากรอยเข็ม และอาจช้ำได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ดังนั้น ไม่ควรฉีดเกิน 1-2 ml/ครั้ง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยด้วย และหากยังไม่พอใจสามารถเติมในครั้งถัดไปได้
  4. ระวังปากเป็ด การที่ฉีดเยอะเกินไปหรือไม่คำนึงถึงรูปปากเดิม จะทำให้ปากผิดรูป เหมือนปากเป็ด ปากยื่น ปากล่างปากบนเท่ากัน ปากเจ่อบวม ดูไม่เป็นธรรมชาติ
  5. เลือกปากที่อยากได้ – เลือกเนื้อฟิลเลอร์ที่ถูกต้อง ฟิลเลอร์แต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่ต่างกัน ถ้าอยากได้ปากที่ดูอิ่มฟู มีรูปทรงที่ดูหนาขึ้นหรือเป็นกระจับ ต้องเลือกฟิลเลอร์เนื้อหนาหน่อย หรืออยากแก้ไขร่องริ้วรอยบนปากให้ดูไม่แห้งเหี่ยว แต่ไม่อยากได้ปากที่หนาขึ้น ต้องเลือกฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ดังนั้นก่อนฉีด ควรปรึกษาแพทย์ แจ้งจุดประสงค์ที่ต้องการได้จากการฉีดฟิลเลอร์ปาก เพื่อจะได้เลือกใช้ฉีดฟิลเลอร์ที่ถูกต้อง เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงาม มีปากได้รูปสวยอย่างที่ต้องการค่ะ

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก พญ.สรวลัย รักชาติ