Skin Solution

เจาะลึกผลลัพธ์สุดทึ่งของโบท็อกซ์ (Botulinum Toxin)

เจาะลึกผลลัพธ์สุดทึ่งของโบท็อกซ์ (Botulinum Toxin)


ฉีดโบท็อกซ์มา 19 ปี ผลจะเป็นอย่างไร? ดื้อยาไหม? (Botulinum Toxin)

 

งานวิจัยเกี่ยวกับสารโบท็อกซ์ ที่เปลี่ยนความคิดเเพทย์ผิวหนัง เรามาไขข้อสงสัยเรื่องของ Botulinum Toxin กัน

งานวิจัยชิ้นนี้ เกิดขึ้นเพื่อประเมินผลของการใช้สาร Botulinum Toxin  โดยทดลองในผู้หญิงสองคน ซึ่งเป็นเเฝดเหมือน (Identical twins) ทุกอย่างของผู้หญิงทั้งสองคนมีความเหมือนกัน ทั้งพันธุกรรม ใบหน้า รูปร่าง การดูแลตัวเอง เเต่ใบหน้าของทั้งสองคนนั้น มีความเเตกต่างกันอย่างชัดเจน ในเรื่องของริ้วรอย

 

ผลการทดลองของแฝด กับสารโบท็อกซ์

 

สำหรับการทดลองนั้น แฝดคนหนึ่ง คือ แฝด B ได้รับสาร Botox ตลอดระยะเวลา 19 ปี โดยฉีดบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว หางตา อย่างสม่ำเสมอทุก 3 – 6 เดือน  ในขณะที่ แฝด A ได้รับสาร Botox ตลอดระยะเวลา 19 ปี โดยฉีดเพียงเเค่ 2 – 4 ครั้งเท่านั้น 

ผลการทดลองพบว่า แฝด B มีผิวหน้าที่ยังคงเต่งตึง เรียบเนียน รูขุมขนกระชับกว่า เเม้เเสดงอาการ เช่น ยิ้ม หรือขมวดคิ้ว ก็ไม่มีริ้วรอย ต่างจากแฝด A มีริ้วรอยชัดเจนที่มากกว่า โดยริ้วรอยนั้น เกิดจากการขยับของกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดเป็นร่องบนผิว เรียกว่าริ้วรอยถาวร เเละคุณภาพผิวที่ไม่ดีเท่าเเฝด B

ผลการวิจัยชิ้นนี้ สามารถสรุปได้ว่า สาร Botullinum toxin หรือ โบท็อกซ์ มีฤทธิ์ช่วยเรื่องของลดริ้วรอย เเละช่วยในเรื่องของผิวพรรณ ทำให้ผิวดีขึ้น เมื่อรักษาเเบบสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง โดยไม่เกิดผลข้างเคียงในระยะยาวที่เป็นอันตราย

 

 

ฉีดโบท็อกซ์อย่างไร ให้ปลอดภัย

 

ก่อนหน้านี้ เมื่อเราเห็นว่าเรามีริ้วรอยเราถึงเริ่มมารักษา ปัจจุบันเลยเกิดเเนวคิด Prejuvenation คือ ทำการรักษาก่อนที่จะเเก่ หรือมีริ้วรอยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยถาวร เพื่อให้ผลการรักษาดีอย่างต่อเนื่อง จึงเเนะนำว่า ควรเข้ามาฉีดระยะต่อเนื่อง 3 – 6 เดือน เพื่อคงคุณภาพผิว หรือความอ่อนเยาว์ ให้คงไว้

สำหรับบางคนกลัวว่า ฉีดโบท็อกซ์ไปนาน ๆ จะดื้อยาไหม ?  ซึ่งปัจจุบัน Botulinum Toxin ออกมาหลายยี่ห้อ ถ้าหากฉีดโดยไม่ระวัง ไม่ได้ตรวจสอบ อาจจะทำให้เสี่ยงดื้อยาได้ การฉีดแบบปลอดภัย ควรเลือกยี่ห้อที่เชื่อถือได้ มีการใช้มาอย่างยาวนาน มีรายงานที่จะเกิดการดื้อยาน้อย เเละอย่าฉีดถี่เกินสองเดือนครั้ง โดสที่ใช้ก็ต้องเหมาะสม ถ้าหากฉีดเยอะเกินไป จะไปกระตุ้นภูมิของเราได้ เเละสามารถลดตัวสารให้น้อยลงได้ หากคุณภาพผิวของเราดีขึ้น เป็นการลดค่าใช้จ่ายให้อนาคตค่ะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากเเพทย์หญิงสรวลัย รักชาติ